การรักษาราชการแทนหรือการรักษาการในตำแหน่ง
ความหมาย
การรักษาราชการแทนหรือการรักษาการในตำแหน่ง หมายถึง การให้ข้าราชการที่ดำ รงตำแหน่งหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่และรับผิดชอบงานในตำแหน่งอื่นอีกตำแหน่งหนึ่ง เป็นการชั่วคราวในกรณี
ที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนั้นหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้
การรักษาราชการแทน
กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (หมวด 6 มาตรา44 – 49 มาตรา 56 และมาตรา 64)
สาระสำคัญ
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 44 ในกรณีที่ไมมี่ผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้
ให้รองปลัดกระทรวงเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองปลัดกระทรวงหลายคน ให้นายกรัฐมนตรีสำหรับสำนักนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่งตั้งรองปลัดกระทรวงคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้นายกรัฐมนตรี
สำหรับสำนักนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่งตั้งข้าราชการในกระทรวง ซึ่งดำรงตำแหน่ง ไม่ต่ำกว่าอธิบดี หรือเทียบเท่าเป็นผู้รักษาราชการแทน
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้
ปลัดกระทรวงจะแต่งตั้งข้าราชการในกระทรวง ซึ่งดำรงตำแหน่ง ไม่ต่ำ กว่าผู้อำนวยการกอง หรือเทียบเท่าเป็นผู้รักษาราชการแทนได้
มาตรา 45 ให้นำ ความในมาตรา 44 มาใช้บังคับแก่กรณีที่ไม่มีผู้ดำ รงตำแหน่งปลัดทบวง หรือรองปลัดทบวงตามมาตรา 24 หรือมาตรา 28 ด้วยโดยอนุโลม
มาตรา 46 ในกรณีที่ไมมีผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองอธิบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองอธิบดีหลายคน ให้ปลัดกระทรวงแต่งตั้งรองอธิบดีคนใด
คนหนึ่ง เป็น ผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้ปลัดกระทรวงแต่งตั้งข้าราชการในกรม ซึ่งดำ รงตำแหน่งเทียบเท่ารองอธิบดี หรือข้าราชการตั้งแต่
ตำแหน่งหัวหน้ากอง หรือเทียบเท่าขึ้นไปคนใดคนหนึ่ง เป็นผู้รักษาราชการแทน แต่ถ้านายกรัฐมนตรีสำหรับสำนักนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เห็นสมควรเพื่อความเหมาะสมแก่การรับผิดชอบการปฏิบัติราชการในกรมนั้น นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง จะแต่งตั้งข้าราชการคนใดคนหนึ่ง ซึ่งดำ รงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอธิบดีหรือเทียบเท่าเป็นผู้รักษาราชการแทนก็ได้
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ อธิบดีจะแต่งตั้งข้าราชการในกรม ซึ่งดำ รงตำแหน่งเทียบเท่ารองอธิบดี หรือข้าราชการตั้งแต่ตำแหน่งหัวหน้ากองหรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็นผู้รักษาราชการแทนก็ได้
ให้นำ ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับแก่กรณีที่ไม่มีผู้ดำ รงตำแหน่งเลขาธิการ รองเลขาธิการ ผู้อำ นวยการ รองผู้อำ นวยการ หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งเทียบเท่าปลัดกระทรวงหรืออธิบดี ในส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมีฐานะเป็นกรมด้วยโดยอนุโลม
มาตรา 47 ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขานุการกรมตามมาตรา 33 วรรคหนึ่งหรือหัวหน้าส่วนราชการตามมาตรา 33 วรรคสอง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการในกรมคนหนึ่งซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากองหรือเทียบเท่าเป็นผู้รักษาราชการแทน
ให้นำ ความในมาตรานี้มาใช้บังคับแก่ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมีฐานะเป็นกรมด้วยโดยอนุโลม
มาตรา 48 ให้ผู้รักษาราชการแทนตามความในพระราชบัญญัตินี้ มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งใด หรือผู้รักษาราชการแทนผู้ดำ รงตำแหน่งนั้นมอบหมายหรือมอบอำนาจให้ผู้ดำ รงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทน ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทน มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งมอบหมายหรือมอบอำนาจ
ในกรณีที่มีกฎหมายอื่นแต่ง ตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งใด เป็น กรรมการหรือ ให้มีอำนาจหน้าที่อย่างใดให้ผู้รักษาราชการแทนหรือผู้ปฏิบัติราชการแทนมีอำนาจหน้าที่เป็นกรรมการหรือมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้น ในการรักษาราชการแทนหรือปฏิบัติราชการแทนด้วย แล้วแต่กรณี
มาตรา 49 การเป็นผู้รักษาราชการแทนตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่กระทบกระเทือนอำนาจนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัด ปลัดกระทรวง หรือผู้ดำ รงตำแหน่งเทียบเท่าปลัดกระทรวง ปลัดทบวง อธิบดีหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าอธิบดี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาที่จะแต่งตั้งข้าราชการอื่นเป็นผู้รักษาราชการแทน ตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ตามกฎหมาย
ในกรณีที่มีการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรอง หรือผู้ช่วย พ้นจากความเป็นผู้รักษาราชการแทน นับแต่เวลาที่ผู้ได้รับแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งเข้ารับหน้าที่
มาตรา 56 ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได ้ ให้รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มี ผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได ้ ให้ปลัดจังหวัดเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด หรือปลัดจังหวัดหลายคน ให้ปลัดกระทรวงแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด หรือปลัดจังหวัดคนใดคนหนึ่ง แล้วแต่กรณี เป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดำ รงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด และปลัดจังหวัดหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้หัวหน้าส่วนราชการประจำ จังหวัด ซึ่งมีอาวุโสตามระเบียบแบบแผนของทางราชการเป็นผู้รักษาราชการแทน
มาตรา 64 ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งปลัดอำเภอ หรือหัวหน้าส่วนราชการประจำ อำเภอ ผู้มีอาวุโสตามระเบียบแบบแผนของทางราชการเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ แต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้นายอำเภอแต่งตั้งปลัดอำเภอ หรือหัวหน้าส่วนราชการประจำ อำเภอผู้มีอาวุโสตามระเบียบแบบแผนของทางราชการเป็นผู้รักษาราชการแทน
ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอมิได้แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนไว้ตามวรรคหนึ่ง และวรรคสอง ให้ปลัดอำเภอหรือหัวหน้าส่วนราชการประจำ อำเภอผู้มีอาวุโสตามระเบียบแบบแผนของทางราชการเป็นผู้รักษาราชการแทน
การรักษาการในตำแหน่ง
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 มาตรา 68 ในกรณีที่ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญว่างลง หรือผู้ดำรงตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ และเป็นกรณีที่มิได้บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการพลเรือนที่เห็นสมควรรักษาการในตำแหน่งนั้นได้ผู้รักษาการในตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ให้มีอำนาจหน้าที่ตามตำแหน่งที่รักษาการนั้น
ในกรณีที่มีกฎหมายอื่น กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี มติคณะกรรมการตามกฎหมายหรือคำ สั่งผู้บังคับบัญชา แต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นๆ เป็นกรรมการ หรือให้มีอำนาจหน้าที่อย่างใดก็ให้ผู้รักษาการในตำแหน่งทำ หน้าที่กรรมการ หรือมีอำนาจหน้าที่อย่างนั้นในระหว่างที่รักษาการในตำแหน่งแล้วแต่กรณี
คำ อธิบายการรักษาการในตำแหน่ง
1.ต้องเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินมิได้บัญญัติเรื่องการรักษาราชการแทนไว้เป็นอย่างอื่น จึงสั่งให้ผู้รักษาการในตำแหน่งได้ เช่น ตำแหน่งผู้ตรวจราชการ นิติกร เป็นต้น
2.ผู้ที่จะเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งได้ ต้องเป็นข้าราชการพลเรือน แต่ไม่จำ กัดตำแหน่งและไม่จำ กัดว่าจะต้องอยู่ในสังกัดส่วนราชการเดียวกัน จะตั้งจากข้าราชการพลเรือนต่างกรมก็ได้ ดำ รงตำแหน่งใดอยู่ก็ได้
3.การสั่งให้รักษาการในตำแหน่งในระดับ 8 ไม่ต้องขอความเห็นชอบจากปลัดกระทรวง เพราะมิใช่การแต่งตั้ง
4.การสั่งให้รักษาการในตำแหน่งจะสั่งไว้เป็นการล่วงหน้าว่า ถ้าผู้ดำรงตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เมื่อใด ให้ผู้ที่ระบุไว้ในคำ สั่งเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งได้
5.สั่งให้มีผลย้อนหลังไม่ได้
ขั้นตอนการปฏิบัติ
เมื่อปรากฏว่าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนั้นๆ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้พิจารณาว่าเป็นตำแหน่งที่ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติมบัญญัติไว้หรือไม่ ถ้าหากกำหนดไว้แล้วก็ให้ดำ เนินการสั่งให้ข้าราชการรักษาราชการแทนหรือโดยอัตโนมัติ ถ้าไม่ได้บัญญัติไว้ก็ต้องสั่งให้รักษาการในตำแหน่งตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535
ข้อสังเกต
1.การเป็นผู้รักษาราชการแทนหรือรักษาการในตำแหน่งไม่ทำ ให้ผู้นั้นต้องพ้นจากตำแหน่งที่ดำ รงอยู่เดิม
2.ผู้ที่รักษาราชการแทนหรือรักษาการในตำแหน่งใดก็ตามจะพ้นจากการเป็นผู้รักษาราชการแทนหรือรักษาการในตำแหน่งนั้น เมื่อมีผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำ รงตำแหน่งนั้นๆหรือเมื่อผู้ที่ดำรงตำแหน่งกลับมาปฏิบัติราชการในตำแหน่งนั้นๆ แล้ว
3.กฎหมาย 2 ฉบับ ควรพิจารณาจาก พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติมก่อน ถ้าไม่ได้บัญญัติไว้จึงใช้ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535
4.กรณีผู้ดำรงตำแหน่งไม่อาจปฏิบัติราชการได้สำหรับตำแหน่งปลัดทบวง รองปลัดทบวง เลขาธิการ รองเลขาธิการ ผู้อำ นวยการ รองผู้อำ นวยการ หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งเทียบเท่าปลัดกระทรวงหรืออธิบดี ในส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรมด้วย ที่มิได้บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้พิจารณาปัญหา ดังกล่าวแล้ว เห็นว่าเมื่อมีเลขาธิการและรองเลขาธิการ แต่ไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ก็สามารถดำ เนินการออกคำ สั่งการรักษาราชการแทนได้เช่นเดียวกับส่วนราชการในระดับกรมอื่นๆ โดยใช้หลักเกณฑ์ของมาตรา 46 วรรคหนึ่งและวรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวมาบังคับใช้โดยอนุโลม (หนังสือสำ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ นร 0601/991 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2543)
5.กรณีรองผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ซึ่งมิได้บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้นหากต้องการให้มีผู้ทำหน้าที่และรับผิดชอบงานในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ต้องสั่งให้รักษาการในตำแหน่งตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535
กรณีที่สำ นักงาน ก.พ.เคยตอบข้อหารือ
ข้อหารือ ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการประจำ จังหวัด และตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการประจำ อำเภอ ตามมาตรา 31 วรรคสอง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้และผู้บังคับบัญชาประสงค์ให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนั้น จะต้องดำ เนินการอย่างไร
ตอบข้อหารือ กรณีนี้ก็จะต้องดำ เนินการแต่งตั้งข้าราชการในกรมซึ่งดำ รงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากองหรือเทียบเท่าเป็นผู้รักษาราชการแทน ตามมาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เช่น พาณิชย์จังหวัดไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการของกรมเจ้าสังกัดย่อมมีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานปลัดกระทรวง ซึ่งดำ รงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากองหรือเทียบเท่าเป็นผู้รักษาราชการแทนพาณิชย์จังหวัดได้ (หนังสือสำ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ นร 0604/26 ลงวันที่ 12 มกราคม 2539)
ข้อหารือผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้ข้าราชการผู้ดำ รงตำแหน่งระดับ 8 รักษาการในตำแหน่งระดับ 7 ได้หรือไม่
ตอบข้อหารือ ได ้ เพราะมาตรา 68 บัญญัติให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการพลเรือนที่เห็นสมควรรักษาการในตำแหน่งได้ และโดยที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจบรรจุและแต่งตั้ง ข้าราชการตั้งแต่ระดับ 7 ลงมาในราชการบริหารส่วนภูมิภาคที่มิใช่ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการประจำ จังหวัด ดังนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดจึงมีอำนาจที่จะสั่ง ข้าราชการให้รักษาการในตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับ 7 ลงมา ในกรณีดังกล่าวได้ (ถือตำแหน่งที่รักษาการเป็นหลัก) โดยสั่งจากข้าราชการพลเรือนตำแหน่งระดับใด ก็ได้ที่เห็นสมควร
ข้อหารือ กรณีกรมหนึ่งในกระทรวงศึกษาธิการ จะแต่งตั้งข้าราชการครู ระดับ 7 ในสังกัดกรมเดียวกันที่มาช่วยปฏิบัติราชการที่สำ นักงานเลขานุการกรมให้รักษาราชการแทนเลขานุการกรมได้หรือไม่
ตอบข้อหารือ กรมดังกล่าว อาจแต่งตั้งข้าราชการครูระดับ 7 ในสังกัดที่มาช่วยปฏิบัติราชการที่สำ นักงานเลขานุการกรมให้รักษาราชการแทนเลขานุการกรม ในกรณีที่เลขานุการกรม ไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้เนื่องจากข้าราชการครูดังกล่าวก็เป็นข้าราชการในสังกัดกรมเดียวกันและดำ รงตำแหน่งไม่ต่ำ กว่าหัวหน้ากอง(หนังสือสำ นักงาน ก.พ.ที่ นร 0703/548 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2539)
ข้อหารือ กรมหนึ่ง มีรองอธิบดี 2 คน รองอธิบดีคนหนึ่งไปต่างประเทศและระหว่างนั้นอธิบดีไม่ อาจปฏิบัติราชการได ้ ปลัดกระทรวงต้องแต่งตั้งรองอธิบดีที่ยังอยู่ ให้รักษาราชการแทนได้หรือไม่
ตอบข้อหารือ เนื่องจากเหลือรองอธิบดีอยู่เพียงคนเดียว จึงให้รักษาราชการแทนได้โดยอัตโนมัติไม่ต้องสั่งแต่งตั้งทั้งนี้ตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ข้อหารือ กระทรวงหนึ่ง มีคำ สั่งให้นาย จ. ตำแหน่งผู้อำนวยการกอง กรม ต. ไปรักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (นักวิชาการ 9 ชช.) ที่ว่าง กรณีดังกล่าวนี้นาย จ. จะพ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการกอง หรือไม่ และจะมีสิทธิได้รับเงินประจำ ตำแหน่งผู้อำนวยการกองหรือไม่อย่างไร
ตอบข้อหารือ การที่กระทรวงดังกล่าว มีคำ สั่งให้นาย จ. ตำแหน่งผู้อำนวยการกอง ไปรักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (นักวิชาการ 9 ชช.) ที่ว่าง คำ สั่งดังกล่าวไม่ทำ ให้บุคคลผู้นี้พ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการกอง และหากนาย จ. ยังคงปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งผู้อำนวยการกองก็จะมีสิทธิได้รับเงินประจำ ตำแหน่งผู้อำนวยการกอง ดังกล่าวต่อไป แต่ถ้านาย จ. ปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (นักวิชาการ 9 ชช.) โดยมิได้ปฏิบัติหน้า ที่หลักของตำแหน่ง ผู้นวยการกองก็จะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินประจำ ตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นเงินประจำ ตำแหน่งใด
(หนังสือสำ นักงาน ก.พ.ที่ นร 0703/675 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2542)
