ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กับการปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยรายได้สถานศึกษาใหม่

สภาพปัญหาก่อนมีระเบียบ

ครูผู้ดูแลเด็ก มีขาดความรู้ความเข้าใจ ทางการบัญชี การพัสดุ ไม่มีเวลาใส่ใจดูแลเด็ก

แนวทางการยกร่างระเบียบ และ ผลของระเบียบตัวใหม่

1. แนวทางการยกร่างจึงต้องตอบประเด็น สภาพปัญหา คือ ทำอย่างไรให้ครูได้มีเวลาใส่ใจดูแลเด็ก และ ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับการบัญชี และการพัสดุ แต่เนื่องจากเรื่องการพัสดุ ได้มีพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ใช้บังคับไว้อยู่แล้ว ผู้มีอำนาจดำเนินการการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุ เป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ สำหรับ อปท. ก็คือ นายกฯ

2. ดังนั้น ระเบียบตัวใหม่ซึ่งมีศักดิ์และสิทธิเป็นเพียงกฎหมายลำดับรอง จึงไม่สามารถไปก้าวล่วง อำ นาจ ที่มีอยู่ตามกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติของนายกฯ ได้ ซึ่งท่านจะมอบหมายผู้ใดก็สุดแล้วแต่ท่าน อาจ มอบหมายหน่วยงานพัสดุกลาง หรือ หน่วยงานย่อยที่สำนัก/กอง หรือให้สถานศึกษา (รวมถึง ศพด.) เป็น หน่วยงานย่อย ก็ได้

3. เมื่อไปก้าวล่วงอำนาจเกี่ยวกับการพัสดุของนายกฯ ไม่ได้ เพื่อให้ครูมีภาระลดลง หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ ตามระเบียบนี้ จึงต้องยกร่างและออกแบบดีไซน์ ให้ บุคคลในสำนัก/กอง ที่นายกฯ เห็นสมควรเข้ามาทำหน้าที่ แทน ครู เมื่อวิเคราะห์แล้ว ระเบียบนี้เป็นเรื่องของรายได้ รายจ่าย การเบิกจ่าย และการจัดทำบัญชี ของ สถานศึกษา ดังนั้นหน้าที่เหล่านี้จึงต้องมี บุคคลในสำนัก/กอง ที่นายกฯ เห็นสมควร มาทำแทนครู ไม่ได้เกี่ยวข้อง กับการพัสดุ แต่อย่างใด

4. ระเบียบนี้หากเกี่ยวกับการจัดทำบัญชี การรับเงิน จ่ายเงินฯ จะมีตำแหน่ง หัวหน้าหน่วยงานคลัง และ เจ้าหน้าที่การเงิน ซึ่งบัญญัติไว้ในข้อ 22 ว่า ให้ผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายหัวหน้าหน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น หัวหน้าหน่วยงานคลังของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและมอบหมายข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเจ้าหน้าที่การเงินของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งจะสังเกตเห็นว่า ไม่มีคำว่า ข้าราชการครู หรือพนักงานครู เหมือนข้ออื่นๆ นั่นหมายความว่า เจตนารมณ์ ไม่ต้องการให้ครู ศพด. มาทำนั่นเอง

5. พอมาถึงการเซ็นต์เช็ค(Cheque)เพื่อเบิกจ่ายจากธนาคาร เราก็บัญญัติไว้ใน ข้อ 18 วรรคสาม ว่า ให้ หัวหน้าหน่วยงานคลังกับข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นอย่างน้อยสองคนที่ได้รับมอบหมายจากผู้บริห าร ท้องถิ่น เป็นผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่าย เงินฝากธนาคาร ก็ไม่มีคำว่า ข้าราชการครู หรือพนักงานครู อีก เพราะไม่ ต้องการให้ ครู ศพด. มาทำงัยล่ะ

6. เมื่อ พิจารณาตามข้อ 4 และข้อ 5 ข้างต้น จะเห็นได้ว่าเงินเข้ามาในระบบและออกไปจากระบบจะ มี บุคลากรใน สำนัก/กอง. ที่นายกฯ มอบหมาย เป็นผู้ดำเนินการแทนครู. ศพด. ทั้งสิ้น และเรื่องเหล่านั้นเกี่ยวกับ การจัดทำบัญชี การรับเงิน จ่ายเงินฯ ไม่เกี่ยวกับการพัสดุ

7. อย่างไรก็ดี ครู ศพด. ก็หลีกหนีไม่พ้นที่จะต้อง เข้ามารับผิดชอบบ้าง ไม่ใช่การดูแลเด็กอย่างเดียว โดย ขาดการใส่ใจเรื่องการบริหารสถานศึกษา ดังนั้น ครู ศพด. ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น หัวหน้าสถานศึกษา ยังคงต้องทำหน้าที่อื่นๆ ที่ระเบียบนี้กำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าสถานศึกษา ยกเว้นหน้าที่ ตามข้อ 18 วรรคสาม และ ข้อ ๒๒ ของระเบียบ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

8. การอนุมัติโครงการหรือกิจกรรม ตาม ข้อ. 14. นั้นเป็นอำนาจของนายกฯ ถ้าโครงการหรือกิจกรรม นั้น อยู่ในแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ ในวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท หรือ ถ้านอกแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณเฉพาะที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้เรียนที่มีวงเงินไม่เกิน 5,000 บาท นายกฯ อาจมอบอำนาจให้หัวหน้าสถานศึกษาได้ ดังนั้น ครู ศพด. ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น หัวหน้า สถานศึกษา ย่อมต้องรับมอบอำนาจในส่วนนี้หากนายกได้มอบมาให้จะปฏิเสธการรับมอบไม่ได้(ไม่มีกฎหมายให้ ปฏิเสธ มีแต่ให้รับอย่างเดียว) เมื่อรับมอบอำนาจมาแล้ว หัวหน้าสถานศึกษา ก็ต้องมาทำหน้าที่อนุมัติโครงการ/ กิจกรรม แทนนายกฯ โดยลงนาม “ปฏิบัติราชการแทนนายกฯ” หากนายกฯ ไม่ได้มอบอำนาจนี้ให้ หัวหน้า สถานศึกษาๆ ก็จะอยู่ในฐานะผู้เสนอโครงการเพราะมันเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการประจำปี ของ สถานศึกษา อนึ่ง เรื่องการมอบอำนาจตามข้อ 14 นี้ เป็นเรื่องที่กฎหมายหรือระเบียบนี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ดังนั้น เป็นข้อยกเว้นหลักเรื่องการมอบอำนาจตามกฎหมายจัดตั้ง อปท.

9. เมื่อโครงการหรือกิจกรรมได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจตามที่อธิบายไว้ในข้อ 8 แล้ว โครงการหรือ กิจกรรมใดที่มีการจัดซื้อจัดจ้าง ก็ต้องนำไปเสนอผู้มีอำนาจตามข้อ 15 ของระเบียบ ที่บัญญัติว่า “การจัดซื้อจัดจ้างและการอนุมัติจ่ายเงินรายได้ของสถานศึกษาให้เป็นอ านาจของผู้บริหารท้องถิ่น” อันที่จริงข้อนี้ควรเขียน ว่า “การจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดชื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ” ก็จะได้ไม่ ต้องงงกัน ว่า ข้อนี้ไม่เห็นเขียนการมอบอำนาจไว้เหมือน ข้อ 14 เลย และไม่ต้องเถียงกันว่านายกฯ จะมอบ อำนาจได้หรือไม่ เพราะกฎหมายว่าด้วยการจัดชื้อจัดจ้างฯ ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะของเรื่องนี้ได้กล่าวถึงการ มอบอำนาจไว้แล้ว โดย หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ( อปท. คือ นายกฯ) จะมอบหมายผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้ ทั้งนี้ ตามข้อ 6. และข้อ 7. ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จึงมีปัญหาว่า นายกฯ จะสามารถมอบอำนาจให้กับ หัวหน้าสถานศึกษาของ. ศพด ได้หรือไม่ เพราะเมื่อ มอบอำนาจเรื่องนี้ กระบวนการจัดชื้อจัดจ้าง ตั้งแต่ เจ้าหน้าที่พัสดุ หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ ก็ต้องมาด้วยทั้งระบบ นายกฯ ก็ต้องแต่งตั้ง ให้มีผู้ทำหน้าที่ เจ้าหน้าที่พัสดุ หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ ของ ศพด. ด้วย ศพด. จึงเป็นหน่วย ย่อยของการพัสดุ ซึ่งระบบเดิม ปกติ ก็ทำกันอยู่แล้ว แต่ ครู ท่านไม่เชี่ยวชาญอยากมีเวลาดูแลเด็กให้ สมกับเป็น ตำแหน่งครูผู้ดูแลเด็ก เจตนารมณ์ของระเบียบ ก็ไม่ต้องการให้ครูมาทำ แต่ก็ไม่ได้เขียนไว้ตรงไหน เป็นข้อห้าม เอาไว้ และอำนาจการจัดชื้อจัดจ้างเป็นของนายกฯ ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดชื้อจัดจ้างฯ จึงเป็นหน้าที่ของ นายกจะต้องพิจาณา ว่ามอบอย่างไร ให้งานไม่ติดขัดหรือสะดุดหยุดลง โดยมีทางเลือกดังต่อไปนี้

9.1 ยึดตามเจตนารมณ์ของระเบียบ นายกฯ ก็ไม่ต้องมอบ ถ้านายกไม่มอบหน่วยงานพัสดุกลาง ของ อปท. ก็ต้องรับหน้าที่นี้ไป ดังนั้น จึงไม่แปลกอะไรที่หนังสือซักซ้อมการปฏิบัติไม่ได้กล่าวถึงการมอบอำนาจ ให้หัวหน้าสถานศึกษา ของสถานศึกษาจำพวก ศพด. ไว้ กล่าวไว้เฉพาะ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น

9.2 มอบหมายให้ สำนัก/กอง ที่เห็นสมควรเป็นผู้ดำเนินการ คงตกอยู่กับ สำนัก/กองการศึกษา

9.3 ยังคงมอบหมายให้ ศพด. เป็นทำเหมือนเดิม แต่อันนี้ไม่เป็นตามเจตนารมณ์ ของระเบียบ แต่กฎหมายไม่ได้ห้าม ถ้าใช้แนวทางนี้ก็ไม่ต้องทำอะไร คำสั่งเดิมๆ ที่มีอยู่ ก็ยังคงดำเนินการต่อไป อย่างน้อยๆ ครู ก็ไม่ต้องมานั่งทำการเงินและบัญชีแล้ว เพราะว่ามีสำนัก/กองทำให้แล้ว

10. สำหรับการอนุมัติสั่งจ่ายเงิน หลังได้มีการจัดซื้อจัดจ้างและจำเป็นจะต้องจ่ายเงินตามมูลหนี้. ตาม ข้อ 15 ก็พิจารณามอบอำนาจให้เป็นไปในทางเดียวกันกับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง

อนึ่ง ปัญหาเรื่อง เลขรหัส EGP นั้น เป็นเรื่องปัญหาทางการบริหารและการประสานงานมากกว่า เป็น เรื่องที่ต้องบูรณาการงานของ อปท. ไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมาย เลขรหัส EGP มันเกิดขึ้นมานานแล้ว ก็ยังคงอยู่กัน มาได้ ผมได้สอบถามหลายที่หลายฝ่ายแล้ว ส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด บางที่กองทำแทนครูด้วยซ้ำ หากมี การขอที่ถูกต้อง และนายกฯ ได้มีการแต่งตั้ง เจ้าหน้าที่พัสดุ และหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุแล้ว สำนักงานคลังจังหวัด ก็ได้ออกให้ทุกรายไป แต่อย่างไรก็ดี สุดท้ายหากมีปัญหาให้ประสานไปที่สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด กลุ่มงานการเงิน บัญชีและการตรวจสอบ เพื่อให้เขาไปหารือกับสำนักงานคลังจังหวัดให้ หากติดขัดการใด สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด กลุ่มงานการเงิน บัญชีและการตรวจสอบ ก็จะประสานมายังกรม เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับสำนักงานคลังจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่ในการออกรหัส EGP หรือเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในระดับนโยบาย ระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กับ กรมบัญชีกลาง ต่อไป

ที่มา : นายมนัส สุวรรณรินทร์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๒

โพสท์ใน บทความ | ปิดความเห็น บน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กับการปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยรายได้สถานศึกษาใหม่