อธิบดีกรมส่งเสริมฯชี้แจงเหตุผลขึ้นเงินเดือนให้ อบต.

อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ชี้แจงเหตุผลที่ขึ้นค่าตอบแทนให้กับ อบต.ทั่วประเทศ ว่่า “เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับเทศบาล และ อบจ.โดยยึดค่าตอบแทนนายก อบต.เป็นหลักส่วนค่าตอบแทนของตำแหน่งอื่นๆลดหลั่นกันลงไป  ทั้งนี้ คำนึงถึงปริมาณงานของแต่ละตำแหน่งเป็นหลัก  คลิ๊กอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวประชาสัมพันธ์ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

16 ตอบกลับไปที่ อธิบดีกรมส่งเสริมฯชี้แจงเหตุผลขึ้นเงินเดือนให้ อบต.

  1. ปู่่ อบต. พูดว่า:

    อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ชี้แจงเหตุผลที่ขึ้นค่าตอบแทนให้กับ อบต.ทั่วประเทศ ว่่า “เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับเทศบาล และ อบจ.โดยยึดค่าตอบแทนนายก อบต.เป็นหลักส่วนค่าตอบแทนของตำแหน่งอื่นๆลดหลั่นกันลงไป ทั้งนี้ คำนึงถึงปริมาณงานของแต่ละตำแหน่งเป็นหลัก
    แล้วทำไมเลขาสภาฯใด้เท่ากันกับสมาชิกอบต.หละครับ ท้ิงๆที่งานมากกว่า
    ต้องคำนึงถึงบ้างนะครับว่า อบต.บางที่ที่มีสมาชิกอบต.เป็นเลขาสภาฯ เป็นทั้งสมาชิกอบต.บริการประชาชนในพื้นที่ตัวเองแล้ว ยังต้องมานั่งจดบันทึกการประชุมสภาอีก ถ้ารับรองการประชุมไม่ทันในครั้งต่อไปก็โดนเพื่อนๆสมาชิกว่าได้ ผมว่ามันเหมือนท่านเลขานายกท่านนั้นพูดจริงๆนั่นแหละครับ

  2. เลขานายก พูดว่า:

    ทำงานสากกระเบือยันเรือรบนะเลขานายก แล้วบอกขึ้นให้ยุติธรรม สมาชิกอบต.น่ะสามเดือนมาประชุมครั้งเดียวเองได้5740จากเดิม4900บาท เลขานายกต้องมาทำงานทุกวันแถมเป็นหนึ่งในผู้บริหารด้วยค่าตำแหน่งก็ไม่มีเหมือนรองนายกแต่ทำงานมากกว่ารองนายกด้วยซ้ำไปแต่ก็ได้5740จากเดิม5700บาท เนี่ยนะขึ้นแบบยุติธรรมยึดเอางานเป็นหลัก ผมไม่รู้ว่าเอาอะไรมาเป็นมาตรฐานกันแน่ขึ้นๆไปแบบส่งเดชส่งกลอย ถ้าขึ้นเพื่อการเมืองเลขานายกมีคะแนนในมือมากกว่าสมาชิกด้วยซ้ำไปนะ ถ้าคนในกรมคิดได้เท่านี้บ้านเมืองมันก็เป็นอยู่กันแบบนี้แหละ หรือจะให้พวกเราไปหักคอเอากับผู้รับเหมาหรือครับท่านผู้หลักผู้ใหญ่

  3. คนไม่รู้ พูดว่า:

    ท่าน ป.ปรีชา หายไปใหนน้อ ไม่เห็นแสดงความคิดเห็นบ้างเลย หรือกลัวว่าผู้ใหญ่เขาตำหนิเอา อย่าไปกลัวเลยครับความไม่ถูกต้อง ในความคิดของผมนะผมว่าเขาทำกันแบบบี้มันไม่ถูกต้องหรอกครับ

  4. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ผมเฝ้าติดตามกระแส ความคิดความเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศขึ้นค่าตอบแทนให้กับสมาชิก อบต.ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่จะบอกว่าไม่เห็นด้วย และบอกว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ไม่ได้รับการขึ้นค่าตอบแทน หรือผู้ที่ได้รับการขึ้นค่าตอบแทนน้อย ในส่วนของมุมมองประชาชนทั่วไป กลับมองในมุมที่ตรงกันข้าม เห็นว่าไม่สมควรขึ้นค่าตอบแทนให้กับ อบต.เพราะจะทำให้กระทบกับงบพัฒนาท้องถิ่น และบางส่วนเห็นว่าค่าตอบแทนเดิมเหมาะสมกับภารกิจและอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งนั่นล้วนแต่เป็นความคิดเห็น แต่ในส่วนที่ท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ชี้แจงนั้น ก็มีส่วนถูกต้องอยู่เหมือนกัน (เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ) เมื่อถามว่าเป็นธรรมหรือไม่ ก็ขอตอบว่า เป็นธรรมสำหรับผู้ที่ได้รับการขึ้นค่าตอบแทนเท่าตัว และไม่เป็นธรรมสำหรับผู้ที่ไม่ได้ขึ้นค่าตอบแทน หรือได้ขึ้นน้อย ถามต่ออีกว่า แล้วความเป็นธรรมมีอยู่จริงหรือไม่ ก็ขอตอบว่าในสังคมปัจจุบัน(โดยเฉพาะการเมืองยุคปัจจุบัน) ไม่เหลือความเป็นธรรมอยู่เลย ขึ้นอยู่ที่ว่าคุณเป็นพรรคพวกผมหรือเปล่า ถ้าใช่ผมจะทำให้คุณได้รับความเป็นธรรมอย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่ใช่คุณและพวกของคุณก็เรียกร้องหาความยุติธรรมกันต่อไป ยิ่งการเมืองยุคปัจจุบันเหมือนกับเล่นละครลิง แย่งกันประจบสอพอ แย่งกันซื้อสิทธิ ซื้อเสียงล่วงหน้า อ้างว่า ทุกอย่าง ทุกโครงการล้วนเกิดจากการผลักดันของผมและพรรคพวกผมทั้งหมด ให้เลือกผมและพรรคของผมรับรองจังหวัดเจริญก้าวหน้าอย่างแน่นอน ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่ผ่านมา การซื้อเสียง การทุจริต คอรัปชั่น ยังมีหลบๆ ซ่อนๆ แต่ยุคนี้ สมัยนี้ เล่นโกงกันซึ่งๆหน้า พูดเอาความดีใส่ตัว ความชั่วเป็นของฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด นี่แหล่ะครับสังคมยุคปัจจุบัน แล้วคุณยังจะถามหาความถูกต้อง และเป็นธรรมกันอยู่อีกเหรอ

  5. คนไม่รู้ พูดว่า:

    สุดยอดท่าน ป.ปรีชา ผมมองไม่ผิดจริงๆที่ผมบอกว่าได้ปลัด อบต.อย่างท่านซักครึ่งหนึง บ้านเมืองคงจะดีขึ้นกว่านี้มาก ถ้าปลัดดีมีความรู้ความสามารถ รู้ผิดรู้ถูกก็คงจะพอทุเลาลงได้ ประสาอะไรกับนายก อบต.บางคนก็จบแค่ ป.4 ถ้าปลัดไม่ประกอบหละก็มีแต่พังทั้งนั้น เหมือนในพื้นทึ่ผม นายกจบ ป.4(ผมไม่ได้เลือกนะ) ปลัดก็มีแต่คอยจะหาผลประโยขน์ใส่ตัว เช่นโบนัสก็จ่ายกัน 3 เท่าทุกปี แต่งบพัฒนาไม่มีลงพื้นที่เลย(ผมเข้าใจนะเป็นสิทธิ์พึงจะได้) แต่มันเกินไป เวลาประชาชนถามก็บอกว่างบรัฐบาลให้มาน้อยไม่มีเงิน แล้วใครหละเป็นคนรับกรรม ประชาชนครับ แล้วนี่จะมาขึ้นเงินค่าตอบแทนอีก โอ๊ย!พุดมาแล้วสงสารประชาชนเหลือเกินครับ ท่านใดที่เป็นสมาชิก อบต.สท,เลขานายกหรือเลขาสภา ท่านทั้งหลายคือตัวแทนของประชาชน พวกท่านจำได้มั๊ยตอนที่ท่านหาเสียง ท่านว่าอย่างไรบ้างแต่ละพื้นที่คงจะไม่แตกต่างกันหรอกครับ เนื้อหาหลักๆก็คงจะอาสารับใช้ประชาชนใช่มั๊ยครับ สิ่งใหนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของท่านผมว่าทำไปเถอะครับ อย่าเห็นแก่ห้าแก่สิบเลยนะครับ(สำหรับคนคิดแบบนั้นคนที่คิดดีผมสรรเสริญครับ) สุดท้ายผมขอฝากไว้ว่าทำไปเถอะครับถ้าทำในสิ่งที่ถูก ถ้าคิดไม่ออกก็ปรึกษาท่าน ป.ปรีชาก็ได้นะครับ ท่านผู้นีคงจะให้คำปรึกษาพวกท่านได้

  6. ปู่่ อบต. พูดว่า:

    ท่าน ป.ครับ ขอหารือหน่อยครับมันคาใจ เรื่องมันมีอยู่ว่าเกณฑ์ของเงินรายใด้ที่จะขึ้นเงินค่าตอบแทนผู้บริหาร สมาชืก อบต.นี้น เขาถือเกณฑ์กันอย่างไรครับ ผมเข้าใจในเรื่องเกณฑ์ 5 ล้าน ไม่เกิน 10 ล้าน หรือ 10ล้านไม่เกิน 15ล้านนั้น แต่ที่คาใจคือเขาใช้เกณฑ์หรือถือเกณฑ์ของปีใหนมาเป็นตัวชี้วัดแต่ก่อนเขาใช้เกณฑ์ของปีที่ล่วงมา(มันหมายความว่าไม่ใช่ปีที่ผ่านมาใช่มั็ยครับ) แต่ปัจจุบันนีัเขาเปลี่ยนแปลงกันแล้วหรือครับ คาใจมากครับ

  7. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าตอบแทนฯ แก้ไขเพิ่มเติมถึง(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ ข้อ ๙ บัญญัติให้จ่ายเงินค่าตอบแทนตามบัญชีอัตราค่าตอบแทนท้ายระเบียบนี้
    ซึ่งการที่จะได้ค่าตอบแทนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเกณฑ์รายขององค์การบริหารส่วนตำบล แต่ละแห่งไป ซึ่งเป็นรายได้จริงของปีงบประมาณที่แล้วมา ไม่รวมเงินกู้ เงินสะสม และเงินอุดหนุนทุกประเภท
    ตัวอย่างเช่น อบต. ก. ในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ มีเงินรายรับจริงหลังปิดบัญชี ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ จำนวน ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน) แบ่งเป็น
    ๑. รายรับจากเงินรายได้ที่จัดเก็บเอง ๕๐๐,๐๐๐ บาท
    ๒. ภาษีจัดสรรที่ส่วนราชการอื่นจัดเก็บแล้วจัดสรรมาให้ เช่น ภาษีสุรา สรรพสามิตนิติกรรมที่ดิน ฯลฯ ๙,๕๐๐,๐๐๐ บาท
    ๓. เงินอุดหนุนทั่วไป ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท
    ๑ + ๒ คือรายได้จริง
    ซึ่งตามตัวอย่าง อบต. ก. มีรายได้จริงในปีงบประมาณที่ผ่านมา ไม่รวมเงินอุดหนุน เงินสะสม และเงินกู้ ทั้งสิ้น ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สิบล้านบาทถ้วน) ซึ๋งอยู่ในเกณฑ์รายได้ ๕ – ๑๐ ล้านบาท ซึ่ง อบต. ก. สามารถนำวงเงินรายได้จริงจำนวนดังกล่าวมาตั้งเป็นค่าตอบแทนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้ครับ แต่ในข้อเท็จจริงท่านสมาชิก อบต. ไม่ค่อยสนใจเจ้าหน้าที่งบประมาณเสนองบประมาณมาเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยจะรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเอง โดยบางแห่งไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่ารายรับจริงของ อบต.ตนเองในปีที่ผ่านมามีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งก็ฝากให้สอบถามกับทางหัวหน้าส่วนการคลัง ผู้จัดทำบัญชีงบดุลประจำปี ของท่านเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของท่านและเพื่อนๆด้วยครับ

  8. ปู่่ อบต. พูดว่า:

    thank youๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ครับ อบต.ผมรายได้ไม่รวมเงินอุดหนุนของปี 53ไม่รวมเงินอุดหนุน11ล้านนิดๆ แต่ทาง จนท.งปม.,หน.คลังยังเฉยอยู่เลยครับ เขาคงคิดว่า ส.อบต.โง่สิท่า ทุกวันนี้เขาจ่ายในเกณฑ์ไม่เกิน 10 ล้านอยู่เลยครับ แบบนี้สามารถร้องเรียนได้หรือไม่ครับ

  9. ป.ปรีชา พูดว่า:

    เอาเป็นว่าไม่ใช้คำว่าร้องเรียนนะครับ ในเมื่อคุณปู่ อบต.ก็เป็นสมาชิกสภา อบต.คนหนึ่ง ในเมื่อกฎหมายเขียนให้สิทธิ สมาชิกสภา อบต.สามารถยื่นกระทู้ หรือยื่นญัตติสอบถามการบริหารงานของนายก อบต.ได้อยู่แล้ว ก็ควรใช้ช่องทางที่กฎหมายเปิดช่องให้ เพราะการจ่ายค่าตอบแทนก็เป็นการจ่ายตามกฎหมาย และนายก อบต. ก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว ลองสอบถามขอความชัดเจนจากนายก อบต. ก่อนโดยขอให้หัวหน้าส่วนการคลัง หรือเจ้าหน้าที่งบประมาณมาตอบกระทู้ก็ได้ครับ ทุกอย่างคุยกันได้ เท่านี้เพื่อนๆ ก็จะเห็นด้วยกับคุณปู่ อบต.อยู่แล้ว เพราะได้ขึ้นค่าตอบแทนตามเกณฑ์ใหม่ถ้วนหน้าทุกคน

  10. ธุรการน้อยๆ พูดว่า:

    ขอบคุณ ป.ปรีชา และคุณ ปุ่ อบต. นะครับที่สอบถาม ผมก็สงสัยเหมือนกัน แต่ก็ได้คำตอบที่ชัดเจนบ้าง แต่มีข้อขัดแย้งที่อยากถามคือ
    (ประเด็นที่ ๒) นะครับ ต่อจาก ประเด็นที่ ป.ปรีชาตอบ คือ ปลัดผมบอกว่า ถ้าจะใช้ฐานของปี 53 มาเป็นเกณฑ์จ่ายค่าตอบแทนให้กับนายกหรือ ส.อบต. ก็จะแย้งกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีคือ ต้องใช้รายจ่ายจริงของปีงบประมาณที่ล่วงมา
    ตัวอย่าง อบต. ก. จะทำงบประมาณปี 2554 ก็จะต้องใช้รายได้จริงตอนปีงบประมาณ 2552 ใช่ไหมครับ ทีนี้พอจะจ่ายเงินเป็นค่าตอบแทนของ นายกฯ (ใีนปี 2554) จะใช้เงินรายได้ในปี 2553 ไม่ได้ เพราะจะแย้งกับการทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554
    สรุปคือผมจะเข้าใจอย่างไรครับ..เพราะตอนนี้ก็เบิกจ่ายเงินโดยใช้ฐานของปี 52 อยู่คือ เกณฑ์ 5-10 ล้าน (รายได้จริงตอนปี 53 = 15 ล้าน) แล้วถ้าเกณฑ์ที่จ่ายจะต้องเป็นเหมือน ป.ปรีชา บอก ในส่วนของ อบต.ผมก็เบิกจ่ายผิด ถ้ามีการร้องเรียน หรือว่าตรวจสอบมา ใครจะต้องรับผิด หรือว่า จะมีวิธีแก้ไข อย่างไรครับ (ผมอยากได้เอกสารบ้างครับ) สำหรับรายละเอียดเรื่องนี้ ขอบคุณล่วงหน้าครับ..

  11. ป.ปรีชา พูดว่า:

    พอจะเข้าใจปัญหาข้อกังวลครับ เพราะในห้วงจัดทำข้อบัญญัติงบประมาณใหม่นั้น ไม่สามารถที่จะทราบรายได้ที่แท้จริงของปีงบประมาณที่แล้วมา เพราะยังไม่ปิดงบดุล แต่เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2553 เข้าปีงบประมาณ 2554 เมื่อมีการปิดงบดุลแล้วก็ทำให้ทราบรายได้จริงของปีงบประมาณที่แล้วมา ในเมื่อระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าตอบแทนฯข้อ 9 ให้จ่ายค่าตอบแทนตามบัญชีท้ายระเบียบ และบัญชีใช้คำว่า “รายได้ของ อบต. หมายถึง รายได้จริงของปีงบประมาณที่แล้วมา ทั้งนี้ ไม่รวมเงินกู้ เงินสะสมและเงินอุดหนุนทุกประเภท” ดังนั้น ในทัศนะส่วนตัวของผม(คนเดียว)ปีงบประมาณที่แล้วมาของ 2554 ก็คือ 2553 ดังนั้น เมื่อรายได้เข้าเกณฑ์ตามระเบียบก็ต้องปรับเพิ่มให้เขาตามสิทธิ โดยใช้วิธีตั้งงบประมาณเพิ่มเติม หรือโอนงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นต้องใช้มาเพิ่มให้ตามระเบียบวิธีงบประมาณ พ.ศ. 2541 ครับ ซึ่งในทางปฏิบัติสามารถแก้ไขปัญหาโดยการพูดคุยกันได้อยู่แล้วครับ โดยไม่ต้องแย้งกันว่าใครผิดใครถูก เท่านี้องค์กรก็จะสามัคคีกัน และแฮปปี้ด้วยกันทุกฝ่ายครับ (เป็นความเห็นเฉพาะตัวนะครับ)

  12. ธุรการน้อย พูดว่า:

    ขอบคุณมากๆ นะครับ ..

  13. จิม พูดว่า:

    ไม่เห็นด้วยอย่างแรงในการขึ้นเงินเดือนให้ พนักงาน อบต.
    เพราะดิฉันมีเพื่อนทำงานเป็นธุรการที่อบต. แต่วัน ๆ เล่นแต่เฟสบุ๊คไม่ทำงานมิหนำซ้ำในเวลางานเขายังเอาเวลาในการทำงานไปหาชู้ของเขาถึงบุรีรัมย์นู้นสมควรได้ขึ้นเงินเดือนแล้วหรือ (เพื่อนทำงานอยู่อบต.จ.มหาสารคาม) ดิฉันเห็นแล้วคิดว่าไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งเสียดายเงินภาษีตัวเองที่เอาเป็นเงินเดือนให้พวกเขาเหล่านี้จริง เวลาดิฉันกลับบ้านเขาก้อมาหาที่บ้านซึ่งก้อมาในเวลางานมาที 3 – 5 ชั่ว่โมงดิฉันก็ถามไม่ทำงานเหรอ เขาบอกว่า..ไม่ทำก้อไม่มีใครว่าเพราะนายกอบต.ไม่ว่าอยู่แล้วดิฉันอึ้งค่ะที่เจ้าหน้าที่ราชการไม่สนใจทำงานอย่างจริง จังผิดหวังมากแต่ก้อพูดไม่ได้เพื่อนตัวเอง
    วัน ๆ ก้อเล่นเฟสบุ๊คเพราะเขาเล่นมาหาดิฉันด้วยึงได้รู้
    ฝากด้วยนะค่ะเสียดายเงินอ่ะอย่าง แรง

  14. อาย พูดว่า:

    อยากทราบว่าเงินเดือนที่ปรับใหม่พร้อมตกเบิกตั้งแต่เดือนเม.ย. – ปัจจุบันมีสิทธิได้รับมั๊ยจร้า

  15. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ได้รับตามระเบียบกฎหมายครับ แต่อาจจะช้าหน่อย

  16. Somchai พูดว่า:

    ขอถามปัญหาหน่อย กรณี อบต.ได้จัดทำข้อบัญญัติงบประมาณประจำปี 2556 รายได้จริงของปีงบประมาณที่แล้วมา (ทั้งนี้ไมร่วมเงินกู้เงินสะสม และเงินอุดหนุนทุกประเภท) เป็น ฐานในการคิดอัตราค่าตอบแทนในการจัดทำงบประมาณ ปี 2556 ซึ่งมีรายงาน 34 ล้านบาท อยู่ในเกณฑ์ 25-50 ล้าน
    แต่ต่อมา อบต.ได้ปิดบัญชีงบแสดงฐานการเงินได้ ประจำปีงบประมาณ 2555 รายได้ลดลงเหลือ 24 ล้าน เมื่อ เดือน ตุลาคม 2555 เนื่องจากประสบปัญหาอุทกภัย ทำให้การจัดเก็บรายได้ลง
    ทางอบต.จึงชะลอการจ่ายเงินค่าตอบแทน พิจารณาแล้วเห็นว่าการจ่ายเงินค่าตอบแทนต้องปรับลดลงอยู่ในเกณฑ์ 10-25 ล้าน ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ถ้าฐานะการปกติไม่มีภัยพิบัติ การจัดเก็บรายได้คงไม่ต่ำกว่า 34 ล้าน การที่จะปรับลดเงินค่าตอบแทนฯ ให้อยู่ในเกณฑ์ 10-25 ล้าน น่าจะไม่ถูกต้อง ถูกต้องหรือไม่อย่างไร ช่วยกรุณาตอบกระทู้ด้วยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *