ผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับ อปท.

บทบัญญัติเรื่องการเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ในสัญญาที่ทำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) นั้น กฎหมายมีเจตนารมณ์ที่จะให้สมาชิกสภา อปท. ผู้บริหาร อปท. ปฏิบัติหน้าที่ในขณะดำรงตำแหน่งด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และรักษาผลประโยชน์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) นั้น โดย สมาชิก อปท. และผู้บริหาร อปท. ในขณะดำรงตำแหน่งจะต้องไม่มีส่วนได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อม ในสัญญาหรือกิจการใดที่ทำกับ อปท.ที่ตนดำรงตำแหน่ง ในทำนองชงเองกินเอง ประกาศสอบราคาซื้อจ้างเอง รับเหมางานนั้นเสียเอง หรือทำสัญญาจ้างร้านค้าลูกเมียของตนเองซ่อมบำรุงเครื่องจักรเครื่องยนต์และเบิกจ่ายในราคาแพงๆ หรือไม่ก็จ้างลูกหลานบริการของตนเข้ามาทำหน้าที่ใน อปท.โดยไม่ละอาย และไม่มีสำนึกในความเป็นผู้บริหาร อปท.ที่ดี เอาเปรียบสังคม เห็นแก่พวกพ้องและบริวาร

ดังนั้น ผู้บริหาร อปท.ที่มีพฤติกรรมในทำนองนี้ ต้องระมัดระวังให้จงดีนะครับ การทำสัญญาจ้างลูกหลานของตนให้ทำงานและรับเงินจาก อปท.นั้น สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมากที่จะเข้าข่ายเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทางตรงและทางอ้อมในสัญญาที่ทำกับ อปท. และทำให้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งผู้บริหาร อปท. ฉะนั้น จะทำอะไร จะทำสัญญาจ้างใคร ต้องคิดให้หนัก แม้ไม่มีคนรู้ ไม่มีคนเห็น ไม่มีคนกล้าร้องเรียน แต่ฟ้ามีตา สักวันหนึ่งเวรกรรมจะตามสนองท่าน

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ระเบียบ กฎหมาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

122 ตอบกลับไปที่ ผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับ อปท.

  1. ยงยุทธ พูดว่า:

    ขออนุญาตเป็นสมาชิกร่วม ในฐานะคนท้องถิ่น ด้วยคนนะครับ

  2. ธีรพงษ์ ศรีเดช พูดว่า:

    ผมมีคำถามอยากให้ตอบทาง อีเมล์ครับ มีนายกเทศมนตรีตำบล คนหนึ่งย้ายทะเบียนบ้านออกจากพื้นที่ที่ตนเองดำรงตำแหน่งจากอำเภอหนึ่งไปอีกอำเภอหนึ่งเป็นระยะเวลามากกว่าหนึ่งปี อยากถามว่า การดำรงตำแหน่งอีกอำเภอหนึ่งจะขาดคุณสมบัติ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล หรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไรครับตอบด่วนครับจะเป็นพระคุณอย่างสูง

  3. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ต้องดู พรบ.เทศบาลประกอบด้วยครับ
    มาตรา ๔๘ เบญจ บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี
    (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
    (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง และ
    (๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเทศบาลเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือเป็นผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเทศบาลในวันสมัครรับเลือกตั้งและได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน หรือกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ให้เทศบาล ในปีที่สมัครหรือในปีก่อนปีที่สมัครหนึ่งปี
    (แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.เทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.๒๕๔๓)
    มาตรา ๔๘ ฉ บุคคลผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี
    (๑) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา ๔๘ จัตวา (๑) (๒) หรือ (๔)
    (๒) ติดยาเสพย์ติดให้โทษ
    (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
    (๔) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
    (๕) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไปโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
    (๖) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
    (๗) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์เพิ่มขึ้นผิดปกติ
    (๘) เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
    (๙) เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา
    (๑๐) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือของรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
    (๑๑) อยู่ในระหว่างต้องห้ามหรือตัดสิทธิมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
    (๑๒) เคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งถูกให้พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากกระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
    (๑๓) เคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งราษฎรลงคะแนนเสียงให้พ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นและยังไม่พ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งครั้งหลังสุดจนถึงวันเลือกตั้ง
    (แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.เทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.๒๕๔๓)

    ตามคำถามถือว่านายกเทศมนตรี ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๔๘ เบญจ (๓)จึงไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ครับ ส่วนกรณีจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาล ทำหนังสือถึงนายอำเภอท้องที่ให้วินิจฉัยคุณสมบัติของนายกเทศมนตรี ถ้าเป็นจริงตามที่คุณอ้างนายอำเภอท้องที่ ก็จะเป็นผู้วินิจฉัยคุณสมบัติ ซึ่งคำวินิจฉัยของท่านนายอำเภอจะทำให้ข้อสงสัยของคุณชัดเจนขึ้้นครับ

  4. ธีรพงษ์ ศรีเดช พูดว่า:

    ผมได้อ่านที่ท่านตอบมาแล้วครับ แต่ก็ยังไม่เข้าใจครับ ปัญหาคือนายกเทศมนตรีเทศมนตรีตำบลหนึ่ง ได้ย้ายทะเบียนบ้านจากตำบลที่ตนเองดำรงตำแหน่งมาที่อีกตำบลคนละอำเภอเพื่อมาสมัครนายกเทศบาลเมืองครับย้ายมาปีกว่าแล้วครับตั้งแต่ เดือนกันยายน 2553 จนถึงปัจจุบันครับ เมื่อนายอำเภอวินิจฉัยถือว่าเป็นที่สิ้นสุดหรือไม่ครับถ้าไม่สิ้นสุดจะดำเนินการอย่าไรครับ และ ใช้ พรบ.เทศบาลปี 2543 มาตรา 48 เบญจ (3) นั้น พรบ. ฉบับได้แก้ปี 2546 และ 2548 หรือไม่ครับตอบด่วนครับทางอีเมล์ก็ได้ครับหรือท่านสะดวกครับจะเป็นพระคุณอย่างสูง

  5. นฤดี พูดว่า:

    ห้างหุ้นส่วนหนึ่งทำสัญญาจ้างกับ อบต.ตั้งแต่ปี2553 ต่อมาหุ้นส่วนผู้จัดการห้างดังกล่าวลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิก อบต.เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 54 เลือกตั้งวันที่ 17 ก.ย. 54 และได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ลาออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 54 ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่ ต้องถูกตัดสิทธิ์หรือเปล่า

  6. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ต้องขอข้อมูลชัดเจนหน่อยครับ จึงจะวินิจฉัยได้ ติดต่อทางอีเมล์ดีกว่าครับ

  7. thawich พูดว่า:

    ในกรณีที่นายกอบต.เปิดกรอบลูกจ้างแล้วลูกสาวของตัวนายกเองสอบได้ นายกเป็นคู่สัญญากับลูกสาวของตน ลูกสาวจดทะเบียนสมรสใช้นามสกุลของสามี เช่นนี้จะถือว่าเข้าข่ายเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่ครับ

  8. ป.ปรีชา พูดว่า:

    กรณีนี้ไม่ถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับ อบต.ครับ เพราะถือว่าลูกสาวเขามาสมัครสอบเข้ารับการแข่งขันโดยเปิดเผยและสอบผ่านโดยใช้ความรู้ความสามารถของตัวเอง(แม้ในข้อเท็จจริงอาจจะมีการช่วยเหลือกัน) การทำสัญญาจ้างดังกล่าว เป็นการทำสัญญาจ้างผู้ที่ผ่านการสอบแข่งขัน จึงไม่ถือเป็นเป็นผู้มีส่วนได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อมในสัญญาที่ทำกับ อบต.

  9. Tana พูดว่า:

    ในกรณีที่บุคคลธรรมดาได้ทำสัญญาก่อสร้างกับอบต.แล้วมีการคำ้ประกันสัญญาซึ่งในระหว่างที่มีภาระคำ้ประกันสัญญานี้บุคคลดังกล่าวประสงค์ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกอบต.ที่ตนเองมีสัญญาคำ้ประกันดังกล่าวจึงอยากขอถามท่านเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายการมีส่วนได้เสียว่า
    1.คุณสมบัติของบุคคลดังกล่าวครบถ้วนสามารถสมัครรับเลือกตั้งได้หรือไม่
    2.ถ้าบุคคลดังกล่าวมีคุณสมบัติสามารถสมัครได้แล้วได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกกรณีตามข้างต้นจะถือว่าบุคคลดังกล่าวมีความผิดต้องพ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายการมีส่วนได้เสียหรือไม่ครับ
    ขอขอบคุณท่านล่วงหน้าครับ

  10. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับ อปท.ครับ จึงทำให้ขาดคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ครับ ถ้าการตรวจสอบคุณสมบัติไม่รอบคอบทำให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เมื่อมีผู้ร้องก็อาจจะทำให้พ้นจากตำแหน่งได้ครับ

  11. patsadu พูดว่า:

    ลูกสมาชิกสท.จดทะเบียนห้างมาซื้องานที่อปท.โดยทำตามระเบียบทุกอย่างไม่มีการกดดันเจ้าหน้าที่ และไม่มีการเร่งให้จ่ายเงิน ไม่มีเรื่องร้องเรียน แต่ปลัดมาเจอให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงพัสดุกับช่าง ถามว่าจะมีความผิดมาน้อยเพียงไรเพราะกรรมการเปิดซอง/กรรมการตรวจจ้าง ไม่มีใครทักท้วงเนื่องจากผู้รับเหมาไม่ได้แสดงอภิสิทธิ์ใดๆทั้งสิ้น

  12. วัลลภ พูดว่า:

    ในกรณีที่เทศบาลฯ ได้รับมอบที่ดินจากที่ปรึกษานายกเทศมนตรี(มอบให้เมื่อ 2540) เพื่อให้ก่อสร้างอาคารเทศบาล(เพราะว่าที่ดินนั้นมีพื้นที่น้อยสามารถสร้างแต่อาคารได้) ซึ่งในขณะนั้นทีปรึกษานายกยังมิได้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายก(ดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2553) ซึ่งต่อมาเทศบาลฯ มีนโยบายจะขยายพื้นที่ของเทศบาล เพื่อก่อสร้างศาลาอเนกประสงค์ซึ่งมีที่ดินติดกับตัวอาคารเทศบาล และที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของที่ปรึกษานายกเทศมนตรี ซึ่งที่ปรึกษานายกฯ ก็ยินยอมให้ทำสัญญาเพื่อเช่าที่ดิน ซึ่งในระยะ 2 ปีแรก ยังไม่เก็บค่าเช่า(เนื่องจากที่ปรึกษานายกฯ เหลือระยะเวลาดำรงตำแหน่ง 2 ปี) แต่ต่อจากนั้น จะเริ่มเก็บค่าเช่าเป็นรายปี โดยจะทำสัญญาในช่วงที่ยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ
    ดังนั้น จึงขอถามตามประเด็นดังต่อไปนี้
    1. การทำสัญญาเพื่อเช่าที่ดิน (ในกรณีที่ 2 ปีแรกไม่เก็บค่าเช่า และในปีที่ 3 จะเริ่มเก็บค่าเช่านั้นสามารถกระทำได้หรือไม่) ถ้าทำได้จะทำสัญญาด้วยสัญญาแบบใด
    2. การทำสัญญาเพื่อเช่าที่ดิน ในกรณีนี้ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่
    3. ถ้าถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ที่ปรึกษานายกฯ โอนที่ดินให้พี่สาว เพื่อทำสัญญาเช่ากับเทศบาลฯ ได้หรือไม่

  13. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ตามคำถามถือว่าที่ปรึกษานายกเทศมนตรี เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาที่เทศบาลกระทำ ตามมาตรา ๔๘ จตุทศ(๓) ตาม พรบ.เทศบาลฯ ครับ ข้อแนะนำ ถ้าไม่มีวิธีอื่นก็ให้ท่านที่ปรึกษาขายที่ดินหรือโอนที่ดินให้คนอื่น แล้วค่อยมาทำสัญญาเช่ากับเทศบาล น่าจะโอเคกว่าครับ ทั้งนี้ ก็ต้องดูข้อต่อสู้ด้วยว่าหัวหมอ(รู้กฎหมาย)มากน้อยเพียงใดด้วยครับ

  14. ป.ปรีชา พูดว่า:

    น่าจะไม่เข้ากรณีเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับ อปท.ครับ ลองไปหาดูหนังสือตอบข้อหารือของกรมส่งเสริมฯและความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบครับ

  15. mc naew พูดว่า:

    ถ้าเคยรับเหมากับอ.บ.ต.มาแล้ว 1 ปี และได้ลาออกจากกรรมการแล้วจะมีสิทธิ์ ลงสมัคร อ.บ.ต.หรือไม่ และสํญญาค้ำประกันบรืษัทยังอยู่อีก 1 ปี

  16. noy พูดว่า:

    นายก อบต. เป็นกรรมการบริหารสหกรณืการเกษตรแห่งหนึ่ง โดยรับเงินค่าตอบแทนประจำทุกเดือน อยากทราบว่า ขาดคุณสมบัติหรือไม่

  17. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล
    1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
    มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
    มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน หรือกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เป็นเวลาติดต่อกันสามปีนับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง และ
    คุณสมบัติอื่นที่กฎหมายว่าด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลกำหนด ซึ่งได้แก่
    -มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
    -สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาตำบล สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา
    2. ลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
    ติดยาเสพติดให้โทษ
    เป็นบุคคลล้มละลาย
    เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ตามมาตรา 34(1)(2)หรือ(4) ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้แก่
    เป็นผู้วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
    เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
    อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
    ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาล
    ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป และได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
    ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะได้รับโทษหรือไม่ โดยได้พ้นโทษหรือต้องคำพิพากษามายังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันเลือกตั้งแล้วแต่กรณี
    เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจรติต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
    เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
    เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นแล้วแต่กรณีมายังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันเลือกตั้ง
    อยู่ในระหว่างเสียสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตามมาตรา 37 หรือตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา
    เคยถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมายังไม่ถึงหนึ่งปีนับแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่ง อันเนื่องมาจากการกระทำโดยไม่สุจริตตามพระราช บัญญัตินี้ หรือกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับเลือกตั้ง หรือได้รับเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริต
    เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
    เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกัน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
    เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่ง หรือเงินเดือนประจำ
    เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่นหรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
    เป็นกรรมการการเลือกตั้ง กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา
    ลักษณะอื่นที่กฎหมายว่าด้วยสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลกำหนด คือ
    -ไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการที่ปรึกษาของผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุที่มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำกับสภาตำบลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
    จากคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น วินิจฉัยได้ว่า การเป็นกรรมการบริหารสหกรณ์การเกษตร ไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือบริหารท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๕ จึงไม่ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นนายก อบต.ครับ อีกอย่างการเป็นกรรมการบริหารสหกรณ์ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๔๔ (๑๔) ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๕ แก้ไขเพิ่มเติมถึง(ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๔

  18. วีระพล พูดว่า:

    กรณีเคยทำงานก่อสร้างกับ อปท.และยังเหลือระยะเวลาค้ำประกันงานอีก 1ปี ต่อมาสมัครรับเลือกตั้งได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น. กรณีดังกล่าวไม่น่าจะเข้าข่ายเป็นผู้มีส่วนได้เสีย..เพราะเจตนาของ กม.มุ่งเน้นเมื่อเป็นสมาชิกหรือผู้บริหารแล้วเท่านั้น มิได้ห้ามก่อนการเป็นสมาชิก

  19. ป.ปรีชา พูดว่า:

    จำได้ว่า กฤษฎีกาเคยตีความเรื่องนี้ไว้แล้วนะครับ เขาคงไม่ได้มองเหมือนคุณ เขาดูที่ผลประโยชน์ระหว่างผู้ที่จะมาเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นสำคัญ ว่ามีนิติสัมพันธ์กันอย่างไรหรือไม่เป็นสำคัญ

  20. ยศ พูดว่า:

    จัดซื้อจัดจ้าง วัสดุทำความสะอาด เช่น ไม้กวาด มือเสือ ให้กับทางเทศบาล โดยใช้ชื่อพี่สะใภ้นายกเทศมนตรี ขาย นายกผิดหรือไม่ครับ

  21. ซัน พูดว่า:

    เรื่องกรรมการบริหารสหกรณ์ ป.ปรีชาต้องไปดูรัฐธรรมนูญ2550มาตรา267ด้วยครับ

  22. ไก่ พูดว่า:

    เรื่องเสร็จ ที่ 606/2548 หลือระยะเวลาค้ำประกันงาน ไม่มีส่วนได้เสียนะครับ

  23. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ขอบคุณ คุณไก่มากครับที่ให้ข้อมูล แต่ผมได้อ่านเนื้อหาของบันทึกความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 606/2548 แล้ว เป็นคนละเรื่องกันครับ เรื่องนี้ เป็นกรณีที่ทำสัญญากับ อบต. ต่อมาผู้ทำสัญญา(ผู้รับจ้าง)ได้ไปสมัครเป็นสมาชิกสภาเทศบาล และในระยะต่อมามีการยุบรวม อบต. กับเทศบาล ซึ่งกรณีดังกล่าวจะเห็นได้ว่า สท.ท่านนี้ทำสัญญาไว้กับ อบต.ก่อนที่จะสมัคร เป็น สท. แม้จะเหลือระยะเวลาการค้ำประกันงานก็ตาม ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่า สท.รายดังกล่าว ไม่มีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำไว้ กับเทศบาล อ่านเพิ่มเติมความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา ครับ

  24. คนดี พูดว่า:

    คำถามครับ
    1 ได้รับแลือกตั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรอง
    แต่ก่อนลงสมัครมีสัญญารับเหมาก่อสร้างและเป็นคู่สัญญาปัจจุบันกับเทศบาล ที่ตนสมัครอยู่ แต่ใช้ชื่อภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกัน ไปทำสัญญา
    คำถามคือ ขาดคุณสมบัติหรือไม่ แล้วต้องเลือกตั่งใหม่หรือไม่
    หรือเลื่อนลำดับถัดไปแทนครับ
    2 มีผู้ลงสมัครสท.คนหนึ่ง เคยมีคดีอาญาเรื่องลักของโจร แต่คดียังไม่สิ้นสุด ถามว่า เขาขาดคุณสมบัติหรือไม่ หรือถ้าเป็นสท.แล้ว แต่ศาลตัดสินทีหลัง จะมีผลหรือไม่

  25. คนดี พูดว่า:

    คำถามข้างบน ข้อ หมายถึงทั้ง สท. ,นายก, รองฯ,เลขา,ที่ปรึกษาครับ

  26. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ตอบ
    ข้อ 1 ต้องดูองค์ประกอบอื่นด้วยครับ แต่ถ้าตอบตรงๆก็ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียครับ ทำให้ขาดคุณสมบัติ และต้องมีการเลือกตั้งใหม่ครับ
    ข้อ 2 ถ้าศาลยังไม่ตัดสินถือว่ายังไม่ขาดคุณสมบัติครับ แต่ถ้าตัดสินให้จำคุกแต่รอลงอาญา ก็ไม่ขาด แต่ถ้าตัดสินเป็นที่สิ้นสุด ให้จำคุก โดยไม่รอลงอาญา โดยมีการจำคุกจริงๆ ก็ถือว่าทำให้สิ้นสมาชิกภาพตามผลของกฎหมาย ต้องมีการเลือกตั้งซ่อมครับ

  27. ดนุ พูดว่า:

    รบกวนสอบถามคะ กรณี พ้นจากตำแหน่ง ย้อนหลังไปตั้งแต่ทำสัญญา ประมาณ ปี 52 และเป็นสมาชิตกมาโดยตลอก ปัจจุบัน สมัครเลือกตั้ง ใหม่ เป็นสมัยที่ 2 เข้ามาอีก ตั้งแต่เดือน ธันวาคม อยากสอบถามว่าเงินเดือนที่ได้รับมาโดยตลอดต้องคืนมั้ยคะ

  28. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ต้องเอาหลักสุจริตมาจับครับ ถ้าเขารับไว้โดยสุจริต และใช้หมดแล้วก็ไม่ต้องคืนครับ มันเป็นลาภมิควรได้ครับ

  29. สม พูดว่า:

    สอบถามครับ 1. นายก อบต.ทำสัญญาจ้างพี่สาวของภรรยาตนเองรับเหมางานอบต. 2.นายก อบต.ทำสัญญาจ้างเหมาภรรยาน้องชายรองนายกอบต.
    ขอถามครับ ทั้ง 1และ 2 จะถือว่านายก อบต.เป็นผู้มีส่วนได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้หรือไม่ และ ข้อ 2 รองนายก อบต.เป็นผู้มีส่วนได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อม ใช่หรือไม่ ขอบคุณครับ

  30. ไขข้อข้องใจ พูดว่า:

    ขออนุญาตสอบถามค่ะ คู่สมรสของข้าราชการหรือลูกจ้างของ อปท. หากทำสัญญากับ อปท. จะถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่ค่ะ

  31. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ไม่มีกฎหมายห้ามครับ แต่ถ้าเป็น ขรก.ที่มีอำนาจสั่งซื้อ/จ้าง หรือมีตำแหน่งหน้าที่ที่เอื้อต่อธุรกิจญาติและครอบครัวถือว่าไม่เหมาะสมครับ

  32. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ไม่มีกฎหมายห้ามครับ แต่ถ้าเป็น ขรก.ที่มีอำนาจสั่งซื้อ/จ้าง หรือมีตำแหน่งหน้าที่ที่เอื้อต่อธุรกิจญาติและครอบครัวถือว่าไม่เหมาะสมครับ

  33. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ทั้ง 2 ข้อ ถือว่า ยังไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียตามที่กฎหมายกำหนดครับ ปัจจุบันต้องเป็นสายตรงครับ ไม่รวมถึงญาติตามสายเลือดด้วยครับ เคยมีการพยายามที่จะออกกฎหมายลักษณะดังกล่าวสมัย คมช.ซึ่งผลักดันโดยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แต่ไม่ผ่านครับ

  34. mandinian28 พูดว่า:

    มีข้อสอบถามครับ ถ้าอายุ 27 ปี ไมไ่ด้มีชื่ออยู่ในเขตตำบล สามารถ รับการแต่งตั้งเป็นรองนายก อบต. ได้ หรือ ไม่ครับ

  35. ป.ปรีชา พูดว่า:

    มาตรา ๕๘/๑ บุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ด้วย
    (๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
    (๒) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาตำบล สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา
    (๓) ไม่เป็นผู้มีพฤติกรรมในทางทุจริตหรือพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาตำบล สมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่นหรือเลขานุการหรือที่ปรึกษาของผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุที่มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง
    ฯลฯ
    มาตรา ๕๘/๔ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๕๘/๑

    สรุปคือ รองนายก อบต. จะต้องมีคุณสมบัติเหมือนนายก อบต.ด้วยครับ กรณีตามคำถาม นายก อบต. ต้องอายุสามสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขต อปท.ไม่น้อยกว่า 1 ปี ตามมาตรา ๔๔ พรบ.เลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ ครับ

  36. นายโจ พูดว่า:

    ก่อนการลงสมัครนายกเทศมนตรีมีคู่สัญญาจ้างกับเทศบาลที่ลงสมัคร แต่สัญญานั้นยังไม่ครบ 2 ปี เมื่อได้รับการเลือกตั้งถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่

  37. นายโจ พูดว่า:

    กรณีเคยทำงานก่อสร้างกับ อปท.และยังเหลือระยะเวลาค้ำประกันงานอีก 1ปี ต่อมาสมัครรับเลือกตั้งได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี. กรณีดังกล่าวไม่น่าจะเข้าข่ายเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่

  38. สดุดี พูดว่า:

    สอบถามครับ ในกรณีลูกชายเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างแล้วได้ทำงานให้อปท.จนแล้วเสร็จและยังคงมีประกันสัญญาค้ำอยู่ แล้วพ่อไปสมัครนายกอปท.ดังกล่าวถือว่าขาดคุณสมบัติหรือไม่และถ้าหากได้รับตำแหน่งจะถูกถอดถอนหรือไม่ครับขอบคุณครับ

  39. เรียนท่านปลัด
    กรณีถ้าหากทาง อปท.มีการซื้อเวลาเเละผลิตรายการข่าวของ อปท. เอง ส่วนผู้รับจ้างเป็นพนักงานของเทศบาลเองรับค่าจ้างในการผลิตเเต่ละเดือน เเต่ให้ผู้อื่นมาเซ็นสัญญาเเทน เเละยังรับเงินเดือนตามปกติ รู้เห็นตั้งเเต่ระดับ ผอ.กอง ปลัด ผู้บริหาร ถือว่าผิดหรือป่าวครับ เเล้วมีวิธีไหนเอาผิดได้บ้างครับ เข้าข่ายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือไม่

  40. สุภา พูดว่า:

    ขอถามคะ ว่าเป็นสมาชิกอยู่ อบต.ในพื้นที่เรา แล้วไปรับเหมาทำสัญญากับ อบต.นอกพื้นที่ได้ไหม ผิดไหมคะ

  41. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ไม่ผิดครับ มันเป็นอาชีพของเขาครับ เขาจะเน้นจะเฉพาะการมีส่วนได้เสียในองค์กรตัวเองเท่านั้นครับ

  42. ป.ปรีชา พูดว่า:

    มันต้องพิสูจน์ครับ ลองร้องเรียนไปหน่วยงานที่กำกับดูแลดูครับ เช่น อำเภอ จังหวัด กรม และอีกหลายๆที่ครับ

  43. ป.ปรีชา พูดว่า:

    เป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวครับ กรณีบุตรไม่น่าจะเข้าข่ายครับ(ความเห็นส่วนตัวนะครับ)

  44. ซาอูดี พูดว่า:

    ถาม ๑.ถ้าได้รับเลือกเป็นสมาชิกเทศบาลแล้ว จะเป็นลูกจ้างหน่วยงานราชการอื่นอีกได้หรือ กรณีสัญญาจ้างเหมาบริการ

  45. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ไม่ได้ครับ มันขัดกับคุณสมบัติของสมาชิกสภาเทศบาล ตาม พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๔๕ (๑๕) ถ้าเป็นลูกจ้างของส่วนราชการหรือหน่วยงานท้องถิ่นอื่นถือว่าขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกสภาเทศบาลครับ

  46. สุปัญญา พูดว่า:

    ทางคณะผู้บริหารกำหนดให้กองสวัสดิการจ่ายเบี้ยยังชีพกันเองแค่ 4 คนกับผู้รับเบี้ย600 กว่าคน มันบ้าหรือป่าวคะ คิดได้ไงห้ามให้กองอื่นมาช่วย ทำแบบนี้มา1 ปีเต็มแล้วคะ เค้าต้องการอะไรหรือต้องการบีบให้เราออกจากราชการ

  47. อ.อู๊ด อู๊ด พูดว่า:

    อยากทราบว่าการที่ทางเทศบาลต้องการนำรถที่ใช้ในเทศบาลไปซ่อมแซมนั้นจำเป็นไหมว่าอู่ซ่อมรถต้องมีทะเบียนพาณิชย์หรือเปล่าเป็นบุคคลธรรมดาได้ไหม

  48. ณ คุณ พูดว่า:

    รบกวนสอบถามนะคะ กรณีเทศบาลจัดซื้อสิ่งของจากห้างร้าน โดยเจ้าของกิจการ นามสกุลเดียวกับสมาชิกสภาเทศบาล คือเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ถือว่า สท. มีความผิดหรือไม่คะ และจะสามารถทำการจัดซื้อฯ กับร้านนี้ได้หรือไม่ ซึ่งข้อจริงแล้วไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกันแต่อย่างใด โดยทางร้านดำเนินกิจการค้ามาเนินนานก่อนหน้า ที่ สท.จะได้รับเลือกตั้ง แต่ทางเทศบาลฯ ดิฉันเกรงว่าจะทำให้ สท. เดือดร้อน

  49. ป.ปรีชา พูดว่า:

    สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ครับ ไม่ถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ยกเว้นจะเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายเท่านั้น ที่ กฏหมายห้าม เพราะกฏหมายถือว่าเป็นบุคคลคนเดียว

  50. ป.ปรีชา พูดว่า:

    ต้องซ่อมกับอู่ที่เขามีอาชีพรับจ้างงานที่จะจ้างครับ ไม่จำเป็นต้องมีทะเบียนพาณิชย์ก็ได้ เราสามารถจ้างเหมาบริการเขาซ่อมบำรุงได้ครับ

ความเห็นถูกปิด